Hans Zimmer – Call of Duty: Modern Warfare 2 (Bootleg Release)

Posted in Hans Zimmer, Hans Zimmer: Special Album, Soundtrack ด้วยแท็ก , , , , , , , , , , on 24/11/2009 by ZahnmimreS

Tracklist
1. Montage#1
2. Montage#2
3. Montage#3
4. Montage#4
5. Montage#5
6. End Credits

Call of Duty หนึ่งในเกมแนว First Person Shooting แวดล้อมไปด้วยสงครามอันดุเดือด แม้ผมจะไม่เคยได้เล่นเกมนี้เลยแต่เห็นได้ชัดว่าเกมนี้คือความสำเร็จและเป็นที่พูดถึงในหมู่เกมเมอร์จนได้มีการทำภาคต่อออกมาเรื่อยๆ ซึ่งแต่ละภาคก็ได้คอมโพเซอร์ชื่อดังมาแต่งดนตรีประกอบเพิ่มอรรถรสให้แก่นักเล่นเกมทั้งหลาย เริ่มจากภาคแรกกับดนตรีประกอบโดย Michael Giacchino , Graeme Revell สำหรับภาคสอง, Joel Goldsmith (ทายาทคอมโพเซอร์ระดับตำนานผู้ล่วงลับ Jerry Goldmith) สำหรับภาคสาม, Stephen Barton และ Harry Gregson-Williams สำหรับภาคสี่หรือ Modern Warfare 1
สำหรับภาคนี้ซึ่งเป็น Modern Warfare 2 ก็ได้คอมโพเซอร์แนวหน้าอย่าง Hans Zimmer มาทำดนตรีประกอบให้ แล้วนี่ก็เป็นครั้งแรกของ Zimmer ที่ได้เข้ามาทำงานในแวดวงวิดีโอเกม
สำหรับอัลบั้มนี้ไม่ได้มีการวางจำหน่ายจริงตามท้องตลาดทั่วไปแต่เป็นอัลบั้มแบบไม่เป็นทางการที่ปล่อยออกมาให้ลองฟังกันทาง Internet อย่างไรก็ดีตัวอัลบั้มนี้ก็มีเพลงมาให้ฟังจุใจกันพอสมควรกับช่วงเวลา 40 กว่านาที
ลักษณะดนตรีของเกมแนวนี้ส่วนใหญ่จะเน้นดนตรีมันส์ๆชวนฮึกเหิม ซึ่ง Zimmer ได้เลือกใช้พวกดนตรีอิเล็กทรอนิคส์เป็นหลักไม่ว่าจะเป็นกีตาร์ เพอคัสชั่น เสริมด้วยคอรัสและเครื่องดนตรีบางชิ้นอย่างเครื่องสายและเครื่องเป่าอีกเล็กน้อยเพื่อตอบสนองลักษณะดนตรีที่ว่าได้อย่างดี ทั้งนี้ Zimmer ยังแอบทิ้งลายเซ็นกับดนตรีคุ้นหูที่ประยุกต์มาจาก Black Hawk Down และ The Dark Knight มาให้ฟังแว่วๆด้วย
ในอัลบั้มมีเพลง Montage หรือเพลงชุด (Suite) มาให้ฟังกัน 5 เพลง ซึ่งแต่ละเพลงก็ยาวพอสมควร แล้วปิดท้ายด้วยเพลง End Credits อีก 3 นาที สำหรับอัลบั้มนี้ผมไม่ขอกล่าวอะไรมากนอกจากให้คุณและเหล่าคอเกมได้ลองฟังกันเอาเองแล้วตัดสินว่างานเพลงชิ้นนี้ของ Zimmer จะแตกต่างและโดดเด่นจากงานเพลงของเกมเรื่องอื่นๆมากน้อยกันแค่ไหนครับ

Ulbuzz
(Mp3 / 192 kbps)

James Dooley – When A Stranger Calls

Posted in James Dooley, Soundtrack ด้วยแท็ก , , , , , , , , , on 17/11/2009 by ZahnmimreS

Tracklist
1. The Carnival
2. Fateful Drive
3. The House
4. Exploring
5. Have You Checked The Children?
6. Tiffany
7. Knock, Knock, Who’s There?
8. Curtain Call
9. 60 Seconds
10. Inside The House
11. Stranger
12. Hunting Jill
13. Gotcha!
14. The Hospital
15. Aftermath

ภาพยนตร์ระทึกขวัญที่รีเมคมาจากภาพยนตร์ชื่อเดียวกันในปี 1979 เกี่ยวกับการเผชิญหน้าฆาตรกรโรคจิตที่เลือกฆ่าแต่พี่เลี้ยงเด็ก
Jill Johnson (Camilla Belle) นักเรียน ม. ปลายที่ทำงานพิเศษโดยการรับจ้างเป็นพี่เลี้ยงเด็กในบ้านอันหรูหราครอบครัวของมหาเศรษฐี ทั้งทำงานและเพลินไปกับของราคาแพงในบ้าน จู่ๆเธอก็ได้รับโทรศัพท์นิรนามที่โทรมารบกวนเธออยู่บ่อยครั้งจนถึงหนักขั้นข่มขู่จะเอาชีวิต และที่น่าตกใจกว่านั้นคือเมื่อเธอขอความช่วยเหลือจากตำรวจให้ตามรอยสายโทรศัพท์ลึกลับนี้แล้วกลับกลายเป็นว่าสายนี้โทรมาจากภายในบ้าน!
ผู้รับผิดชอบดนตรีประกอบ คือ James Dooley คอมโพเซอร์เครือเดียวกับ Hans Zimmer ซึ่งเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่เขาได้แยกออกมารับผิดชอบงานเพลงเองทั้งหมด
ด้วยความที่เป็นหนังระทึกขวัญฟอร์มเล็กที่เล่นกับสิ่งแวดล้อมรอบๆตัว Dooley จึงเลือกสร้างดนตรีเบาหวิวสไตล์ Ambient ที่มีดีกรีความหลอนและความอึดอัดพอสมควร เครื่องดนตรีที่ใช้หลักๆจึงมีเพียงเปียโนกับโน้ตไม่กี่ตัวและเครื่องสายไม่กี่ชิ้นซึ่งถูกนำมาผสมกับเสียงสังเคราะห์จากซินธิไซเซอร์ได้อย่างยอดเยี่ยม
จุดเด่นทางดนตรีของอัลบั้มถูกนำเสนอทันทีในเพลงแรก The Carnival ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศชวนผวาและอึดอัดใช่เล่น โดยเพลงนี้ยังมีเสียงเปียโนเหงาๆแต่ไพเราะซึ่งเป็นธีมหลักของอัลบั้มมาให้ฟังกันในครึ่งหลังควบคู่ไปกับดนตรีที่ยังคงกดดันผู้ฟังไม่สิ้นสุด
Fateful Drive และ The House สองเพลงนี้ความหลอนอยู่ที่เสียงเครื่องสายโดยเฉพาะเชลโล่ โดยเพลงแรกใช้ประกอบฉากเดินทางไปยังบ้านเศรษฐีที่ซึ่งตัวเอกเราไม่มีทางรู้ว่าเธอกำลังจะได้พบเจอประสบการณ์อันน่าสะพรึง ส่วนเพลงหลังก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ทั้งนี้ยังมีเสียงเปียโนจากธีมหลักที่ถูกหยิบมาให้ฟังเป็นระยะๆได้อย่างลงตัว โดยเพลงนี้ฟังแล้วรู้สึกได้เลยว่าคุณคนเดียวกำลังอยู่ในบ้านที่ดูหรูหราใหญ่โตซึ่งคุณไม่เคยคิดเคยฝันมาก่อน
หลอนแบบเต็มตัวกันใน Exploring มาพร้อมดนตรีที่ล่องลอยแบบเรื่อยๆที่ค่อยเพิ่มดีกรีความกดดันควบคู่ไปกับเสียงทุ้มกระตุกเบาๆและเครื่องเคาะต่างๆนานาเป็นระยะเหมือนมีบางสิ่งไหวติงอยู่ตลอด อ้อ! ฟังเพลงนี้แล้วระวังเซอร์ไพร์ช่วงกลางๆเพลงกันด้วยนะครับ
Have You Checked The Children? และ Tiffany ยังคงเป็นเพลงที่มาบรรยากาศหลอนๆ ซึ่งถ้าฟังมาถึงจุดนี้คงเริ่มคุ้นเคยกัน(บ้าง)แล้ว แต่ทั้งคู่มีจุดเด่นตรงการเล่นเครื่องสายจังหวะเร็วในบางช่วงส่งผลให้ตัวเพลงมีความหลอนในมิติที่ต่างออกไป
Knock, Knock, Who’s There? ดนตรีลึกลับที่มาพร้อมเสียงทุ้มกระตุกและเสียงสังเคราะห์บาดหู Curtain Call เพลงอารมณ์แปลกที่เริ่มด้วยดนตรีลึกลับชวนขนลุก ดนตรีเหงาๆแต่ฟังสบาย และดนตรีลุ้นระทึกชวนผวาตามลำดับ
60 Seconds เพลงหลอนเบาๆให้ฟังคั่นไปพลางก่อนที่จะเข้าสู่(หลาย)นาทีระทึกใน Inside The House, Stranger, Hunting Jill และ Gotcha! ซึ่งแน่นอนว่าสี่เพลงนี้คือความมันส์ปนสยอง(และสะดุ้ง)ที่ใส่มาแบบไม่ยั้งที่ฟังแล้วอดลุ้นและหวาดเสียวตามไม่ได้กันเลยทีเดียว ทั้งนี้ในแต่ละเพลงยังเป็นการโชว์ศักยภาพของวงออเคสตร้าที่เพิ่งมามีบทสำคัญเอาตอนนี้ได้อย่างถึงใจ
มันส์ระทึกแล้วมาหลอนกันต่ออีกทีกับ The Hospital ที่ฟังไปฟังมาก็ขอเตือนให้ระวังเซอร์ไพรซ์กันอีกรอบด้วยล่ะครับ
แล้วมาปิดอัลบั้มด้วยดีกรีที่ผ่อนคลายลง Aftermath ซึ่งเป็นการนำธีมหลักมาขยายเพื่อเล่นควบคู่กับพวกเครื่องสาย ส่งผลให้ได้เพลงปิดที่มีความเป็นดราม่ามากกว่าความหลอน สื่อถึงสภาวะทางกายและทางจิตของตัวเอกในตอนจบได้อย่างดี
ถ้าคุณอยู่ในสถานะเดียวกับตัวเอกของเรื่อง คือ กำลังอยู่ในบ้านคนเดียว แล้วคิดจะฟังอัลบั้มนี้ก็ขอให้เตรียมใจและเตรียมหูไว้ให้ดี เพราะนี่คือความหลอนที่หลอนยิ่งกว่าตัวหนังซึ่งเตรียมไว้ให้สำหรับคนที่ชอบฟังเพลงอยู่คนเดียวโดยเฉพาะ

Ulbuzz
(Mp3 / 192 kbps)

Sheet Music Available!

Posted in ZahnmimreS Would Like To Present ... ด้วยแท็ก , , , , on 17/11/2009 by ZahnmimreS

โน้ตเพลงจาก Soundtrack หนังดัง สำหรับผู้สนใจครับ

ชนิดไฟล์: pdf

Hans Zimmer – The Da Vinci Code
Ulbuzz
James Newton Howard – King Kong
Ulbuzz
Action Collection: Music From The Movies
Ulbuzz

Hans Zimmer – Beyond Rangoon

Posted in Hans Zimmer, Soundtrack ด้วยแท็ก , , , , , , , on 11/11/2009 by ZahnmimreS

Beyond Rangoon

Tracklist
1. Waters of Irawaddy
2. Memories Of The Dead
3. I Dreamt I Woke Up *
4. Freedom For Fear
5. Brother Morphine
6. Our Ways Will Part
7. Village Under Siege
8. Beyond Rangoon
* Composed By Hans Zimmer & Nick Glennie-Smith

หลังจากสูญเสียสามีและลูกชาย Laura Bowman ได้ไปเที่ยวพม่ากับพี่สาวของเธอโดยหวังว่าอะไรต่ออะไรจะดีขึ้นตามคำแนะนำของพี่สาว ซึ่งบังเอิญเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่เกิดเหตุประท้วงในพม่า ทหารใช้กำลังประหัตประหารประชาชน แต่เหตุการณ์เลวร้ายลงเมื่อ Laura ทำพาสปอร์ตหาย เธอจึงไม่สามารถออกนอกประเทศได้ ระหว่างอยู่ในพม่า เธอได้พบ U Aung Ko และเหล่านักศึกษาผู้เรียกร้องประชาธิปไตยและได้เห็นสิ่งเลวร้ายต่างๆที่เกิดขึ้น แล้วตอนนี้สิ่งที่เธอและเหล่านักศึกษาต้องทำเพื่อเอาชีวิตรอด คือ การหลบหนีข้ามชายแดนมายังประเทศไทยให้ได้
Beyond Rangoon เป็นภาพยนตร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริง โดยได้เรื่องราวมาจากชาวต่างชาติที่อยู่ในเหตุการณ์เพราะในช่วงนั้นรัฐบาลทหารพม่าพยายามปิดข่าวเรื่องที่เกิดขึ้นต่อสื่อมวลชน แล้วผลลัพธ์ของสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นยังคงปรากฏให้เห็นได้ถึงทุกวันนี้ รวมถึงการกักบริเวณนางอองซาน ซูจีของรัฐบาลทหารพม่าที่ยังคงยืดเยื้อต่อไป
สำหรับดนตรีประกอบเรื่องนี้คืออีกหนึ่งงานเพลงยุคต้นๆของ Hans Zimmer ที่ใช้ดนตรีอิเล็กทรอนิคส์เป็นหลัก แล้วครั้งนี้ก็มีเครื่องดนตรีหลักอีกอย่างที่ถูกนำมาใช้เพื่อให้เข้ากับตัวหนัง คือ ฟลุ้ต โดยได้ Richard Harvey มาเล่นโซโล่ฟลุ้ต ซึ่งกลายมาเป็นหนึ่งในเสน่ห์อันน่าหลงไหลที่สุดของงานเพลงชิ้นนี้ ทั้งนี้ Zimmer ก็ยังไม่ลืมในส่วนของดนตรีออเคสตร้าที่มีมาให้ฟังกันเป็นระยะๆ
เพลงเปิดเรื่องและอัลบั้ม Waters of Irawaddy กับดนตรีพริ้วไหวดั่งสายน้ำ แค่ได้ฟังก็เหมือนการได้ล่องเรือชมธรรมชาติ เสริมด้วยเสียงร้องโหยหวนเหมือนร่ำไห้ที่สื่อถึงความเศร้าจากการสูญเสียของ Laura ทั้งนี้ลักษณะของเสียงร้องที่ออกไปทางพม่าก็เสริมบรรยากาศให้แก่เพลงได้อย่างดี แล้วแน่นอนว่าเพลงนี้เป็นการนำธีมหลักของอัลบั้มมาให้ฟังกันแบบคร่าวๆซึ่งน่าจะเริ่มติดหูกันตั้งแต่เพลงแรกไปบ้างแล้ว
Memories Of The Dead เสียงร่ำไห้กลับมาให้ฟังกันอีกครั้งในอารมณ์ที่หม่นและอาลัยกว่า I Dreamt I Woke Up เริ่มด้วยดนตรีเบาๆที่ค่อยเพิ่มดีกรีความเข้มข้นไปสู่ช่วงกลางเพลงด้วยเสียงร้องและฟลุ้ตที่ฟังดูทรงพลังกว่าครั้งไหนๆ เสริมด้วยที่ซินธิไซเซอร์และพวกเครื่องเคาะต่างๆที่นำมาเล่นควบคู่กันซะเมามันส์จนน่าสะพรึง
Brother Morphine เพลงที่ไม่ยาวเอาเท่าไหร่แต่โดดเด่นด้วยการหยิบนำธีมมาประยุกต์ให้ได้ดนตรีที่ฟังดูทรงพลังไม่ใช่น้อย Village Under Siege เริ่มต้นด้วยดนตรีทำนองไม่น่าไว้ใจ ที่ยิ่งฟังยิ่งน่าหวาดหวั่นขึ้นเรื่อยๆไปจนถึงช่วงท้ายเพลงที่ดนตรีออเคสตร้าและซินธิไซเซอร์โหมกระหน่ำคั่นด้วยเสียงเครื่องเคาะเป็นช่วงๆไป สื่อถึงความโกลาหลได้อย่างดีเยี่ยม
เพลงปิดอัลบั้มและเป็นเพลงที่ยาวที่สุด Beyond Rangoon บอกเล่าเรื่องราวการหนีตายข้ามชายแดนด้วยดนตรีมันส์ระทึกชวนลุ้นในครึ่งแรก แล้วในส่วนของครึ่งหลังเป็นการนำธีมหลักมาเล่นใหม่ในเวอร์ชั่นขยายและใช้ลูกเล่นหลากหลายกว่า เพลงนี้จบลงด้วยเสียงร่ำไห้สั้นๆที่ฟังแล้วอดเห็นใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศพม่าไม่ได้ สุดท้ายนี้อาจกล่าวได้ว่านี่คือหนึ่งในเพลงปิดอัลบั้มที่ดีที่สุดก็เป็นได้
แม้ตัวหนังจะไม่เป็นที่กล่าวถึงมากนัก แต่เชื่อเถอะครับว่านี่คือหนังที่คุณควรหามาดู เช่นเดียวกับงานเพลงชิ้นนี้ของ Hans Zimmer ที่อาจถูกมองข้าม แต่นี่คืองานเพลงอันละเมียดละไมที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในผลงานขึ้นหิ้งของคอมโพเซอร์ท่านนี้เลยก็ว่าได้

Ulbuzz
(Mp3 / 192 kbps)

บทสัมภาษณ์ Hans Zimmer โดย Jim Lange (23/09/2009)

Posted in ZahnmimreS Would Like To Present ... ด้วยแท็ก , , , , , on 29/10/2009 by ZahnmimreS

Hans Zimmer in His Studio

บทสัมภาษณ์แบบเป็นกันเองกับ Hans Zimmer โดย Jim Lange

อ่านเรื่องเกี่ยวกับบทสัมภาษณ์และฟังคลิปได้ที่เว็บนี้เลยครับ
http://www.wvpubcast.org/blogs.aspx?id=11395&blogid=312

หรือดาวน์โหลดคลิปเสียงได้ ที่นี่

มิวสิควิดีโอตัดต่อของ 3 ตัวละครหลักแห่ง The Dark Knight

Posted in ZahnmimreS Would Like To Present ... ด้วยแท็ก , , , , , , on 13/10/2009 by ZahnmimreS

Music Composed By Hans Zimmer & James Newton Howard

Why So Serious?

I’m Not A Hero

Harvey Two-Face

ผลงานตัดต่อโปรโมทอัลบั้ม Angels & Demons

Posted in ZahnmimreS Would Like To Present ... ด้วยแท็ก , , , on 13/10/2009 by ZahnmimreS

Angels & Demons (Illuminati Version)

1. Music Video Angels & Demons

Hans Zimmer – 160 BPM

Hans Zimmer – God Particle

Hans Zimmer – 503

2. Ost. Promo Video

Hans Zimmer – Angels & Demons

Part 1

Part 2

*Related Video*
Hans Zimmer – The Da Vinci Code

Part 1

Part 2

ยามว่างก็ลองทำเล่นๆ แต่ก็ทำอย่างใส่ใจนะครับ ลองเข้าไปรับชมกันได้

Update!
แก้ไขไฟล์ Hans Zimmer – Angels & Demons Click Here

Melanesian Choirs: The Blessed Islands – Chants From The Thin Red Line

Posted in Soundtrack, Various Artists ด้วยแท็ก , , , , , , , , , on 06/10/2009 by ZahnmimreS

Chants From The Thin Red Line

Tracklist
1. Jisas Yu Hand Blong Mi
2. Soon My Lord
3. God Yu Tekkem Laef Blong Mi
4. Early Morning in Tabalia
5. Procession Chant No. 1
6. Procession Chant No. 2
7. Holly
8. Procession Chant No. 3
9. We Love to Sing
10. Mi Go Longway
11. Jisas, Masta Mi Save
12. Procession No. 4
13. Together Be
14. Sunday Service Hymn
15. Halleluia!, Sing to Jesus
16. Jesus, You Are Here
17. Bybye
18. We Are One Big Happy Family
19. Traditional Lullaby
20. Cho Cho Vancho
21. Remember
22. Jisas Yu Holem Blong Mi
23. Pray For Us
24. God All Mighty
25. Procession Chorus
26. Kyrie

อัลบั้มรวมเพลงชาว Melanesian ที่เป็นทั้งส่วนเสริมและอัลบั้มแยกที่ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ The Thin Red Line โดยอัลบั้มนี้ได้รวมทั้งเพลงที่ถูกใช้ในตัวหนังและเพลงที่ถูกนำมาร้องพร้อมบันทึกเสียงใหม่ ซึ่งตัวอัลบั้มนี้ก็ยังคงบรรยากาศชวนผ่อนคลายไว้ด้วยเพลงฟังได้เรื่อยๆสบายๆที่ชวนให้ติดใจกันได้ไม่ยาก
ถ้าใครชอบเพลง God U Tekem Laef Blong Mi จากอัลบั้มปกติของ The Thin Red Line ก็ไม่ควรพลาดเพลงในอัลบั้มนี้เช่นกันครับ

Up2U

(Mp3 / VBR)

Hans Zimmer – The Thin Red Line

Posted in Hans Zimmer, Soundtrack ด้วยแท็ก , , , , , , , , , , on 06/10/2009 by ZahnmimreS

Tracklist
1. The Coral Atoll
2. The Lagoon
3. Journey to the Line
4. Light
5. Beam
6. Air
7. Stone in My Heart
8. The Village
9. Silence
10. God U Tekem Laef Blong Mi
11. Sit Back and Relax

ภาพยนตร์สงครามแฝงปรัชญาที่ถ่ายทอดภาพลักษณ์ที่แท้จริงของสงครามผ่านชีวิตของเหล่านายทหารและธรรมชาติ ณ คาบสมุทรแปซิฟิกในศึก Guadalcanal ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
ทางด้านดนตรีประกอบได้คอมโพเซอร์ Hans Zimmer มารับหน้าที่ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นอีกบทพิสูจน์ความสามารถครั้งสำคัญของ Zimmer ในการแต่ง Score แนวดราม่าที่ต้องการความละเอียดอ่อนสูงเพื่อให้เข้ากับฉากธรรมชาติและสงคราม หาใช่ดนตรีหนักเครื่องมากมายสำหรับฉากยิงกันกระสุนว่อนไปทั่ว
คอนเซปต์ดนตรีสำหรับอัลบั้มนี้คือการใช้ดนตรีออเคสตร้าเน้นไปทางเครื่องสายและซินธิไซเซอร์โดยเน้นการสร้างเสียงดนตรีเบาๆที่มีทั้งทำนองฟังสบายและหลอนชวนขนลุก นอกจากนี้เครื่องดนตรีตะวันออกบางชิ้นถูกหยิบมาใช้เพื่อให้เข้ากับศึกแปซิฟิกที่ต้องต่อสู้กับญี่ปุ่น
The Coral Atoll เปิดตัวด้วยเสียงก้องกังวาลที่ไล่ระดับจากเงียบเชียบไปจนถึงดังก้อง ตามด้วยดนตรีเบาๆนุ่มๆที่ฟังแล้วอดนึกถึงความสวยงามของธรรมชาติไม่ได้ แต่แล้วความสวยงามก็ถูกทำลายในช่วงนาทีที่ 5 ด้วยเสียงเครื่องเป่าสุดหลอน ก่อนที่จะจบลงด้วยเสียงดนตรีนุ่มๆอีกครั้ง
The Lagoon เปิดตัวด้วยเสียงระฆังและเสียงสวดชวนขนลุก ต่อด้วยดนตรีฟังสบายในบรรยากาศสุดรื่นรมณ์ที่ฟังได้ไม่เบื่อไปจนจบเพลง
Journey to the Line นี่คือเพลงที่ทรงพลังมากที่สุดในอัลบั้มและถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพในการสื่อหลายสิ่งหลายอย่างในหนัง เริ่มต้นจากเสียงเคาะเบาๆจากนั้นจึงเพิ่มเสียงคีย์บอร์ด เครื่องสาย เครื่องเป่าและซินธิไซเซอร์ ส่งผลให้เพลงมีความหนักแน่นมากขึ้นเรื่อยๆตามลำดับสำหรับครึ่งแรก ส่วนครึ่งหลังจะเป็นการเล่นเสียงเครื่องสายในทำนองชวนเพ้อฝันที่ประคองอารมณ์ผู้ฟังไปจนจบเพลงได้อย่างดี
Light อีกหนึ่งเพลงที่ฟังได้สบายๆและชวนเพลินไปกับเสียงเครื่องสายซึ่งผมรับรองเลยว่าตลอด 7 นาทีของเพลงนี้คือช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลายที่ดีที่สุดของคุณ
Beam เพลงนี้เป็นเพลงเดียวที่ John Powell ได้มีโอกาสมาร่วมแจม สำหรับภาพโดยรวมเพลงนี้จัดอยู่ในระดับหลอนจัดเนื่องด้วยดนตรีสุดหม่น โดยเฉพาะเสียงระฆังที่ดังมาเป็นระยะๆในช่วงแรก
Air เพลงนี้ไม่มีอะไรมากนอกจากให้ฟังแล้วใจสั่นๆเล่นๆด้วยเพอคัสชั่นและซินธิไซเซอร์
Stone in My Heart, The Village และ Silence เป็นเพลงที่นำดนตรีบางส่วนจาก The Lagoon และ Journey to the Line มาประยุกต์และเรียบเรียงใหม่ โดยพวกเครื่องสายและเครื่องเป่ายังคงมีบทบาทสูงสุดเช่นเคย
God U Tekem Laef Blong Mi เพลงร้องเพราะๆของชนเผ่าพื้นเมือง Melanesian เพิ่มสีสันด้วยเสียงดนตรีออเคสตร้าเล่นคลอไปด้วย (เล็กน้อย) ซึ่งถูกใช้อย่างเหมาะสมในช่วง End Credit ของหนัง
อันที่จริงฟังไปฟังมาอัลบั้มน่าจะจบอย่างสมบูรณ์ในเพลงที่แล้ว แต่ทั้งนี้ก็ยังมีเพลงแถมพิเศษที่แต่งโดย Francesco Lupica มาให้ฟังกันอีกเพลง คือ Sit BacK And Relax ซึ่งโดดเด่นด้วยเสียงกีตาร์ไฟฟ้าสุดหลอนมาตอกย้ำความน่ากลัวของสงครามในช่วงท้ายอัลบั้มกันอีกครั้ง
นี่คือหนึ่งในงานเพลงที่ดีที่สุดของ Hans Zimmer ที่ผมขอแนะนำให้ลองฟังกันอย่างยิ่งครับ

Up2U

(Mp3 / 192 kbps)

ชม MV Hans Zimmer – Journey to the Line ได้ที่นี่ครับ

George Fenton – Anna And The King

Posted in George Fenton, Soundtrack ด้วยแท็ก , , , , , , , , on 06/10/2009 by ZahnmimreS

Tracklist
1. How Can I Not Love You
2. Arrival at the Palace
3. Meeting the Children
4. Tuptim
5. Letter of the Week
6. The House
7. Rice Festival
8. Rajah Attack
9. Anniversary Polka
10. “I Am King, I Shall Lead”
11. Flowers on the Water
12. Moonlit Beach
13. Betrayed
14. Chowfa’s Death
15. Execution
16. Anna Returns
17. The Bridge
18. I Have Dance With a King

ภาพยนตร์ต้องห้ามของประเทศไทยอันเนื่องมาจากเรื่องราวของ Anna Leonowens (Jodie Foster) ที่ไปพาดพิงถึงพระมหากษัตริย์ คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (Chow Yun-Fat หรือ โจวเหวินฟะ) ซึ่งผมไม่ขอให้ความเห็นอะไรมากนักนอกจากภาษาไทยในเรื่องที่ฟังดูแปลกสุดๆ แต่สิ่งหนึ่งที่น่าจะเป็นเสน่ห์ตรึงใจหลายหลายคน(รวมทั้งผม) คือ ดนตรีประกอบ
ในส่วนของดนตรีประกอบนี้ได้คอมโพเซอร์ฝีมือดี George Fenton ผู้เคยร่วมงานกับผู้กำกับ Andy Tennant มาในผลงานก่อนหน้านี้มารับหน้าที่แต่งดนตรีประกอบ ซึ่งเขาได้เลือกใช้ดนตรีออเคสตร้าผนวกเข้ากับดนตรีสไตล์ตะวันออกที่สามารถสร้างบรรยากาศแบบไทยๆได้อย่างยอดเยี่ยม
เปิดอัลบั้มด้วยเพลงร้องสุดไพเราะ How Can I Not Love You ของนักร้องสาว Joy Enrique โดยเพลงนี้ George Fenton ก็ได้มีส่วนร่วมในการนำธีมหลักของหนังที่เขาแต่งมาเรียบเรียงใหม่เป็นทำนองดนตรีแนว Pop ได้อย่างสวยงาม สำหรับเนื้อหาของเพลงนี้ดูจะเข้ากับตัวหนังเป็นที่สุดถ้ามองในแง่ความโรแมนติกระหว่างตัวละครหลักทั้งสอง (ซึ่งผู้ชมคนไทยหลายคนอาจรับไม่ได้) อย่างไรก็ดีนี่เป็นเพลงร้องตอน End Credit ที่เซตอารมณ์ช่วงแรกๆของอัลบั้มได้อย่างดี
หนึ่งในเพลงที่โดดเด่นที่สุดในอัลบั้ม Arrival at the Palace เปิดตัวอย่างสวยงามและอลังการด้วยเสียงเครื่องสายจากวงออเคสตร้าและเครื่องดนตรีตะวันออกอย่างฟลุ้ตและเครื่องสายจีนซึ่งเป็นการแนะนำธีมหลักทั้งหมดอย่างย่อๆไปในตัว ผมรับประกันได้เลยว่าตลอด 6 นาทีของเพลงนี้จะทำให้คุณเคลิ้มไปกับความไพเราะเช่นเดียวกับการเดินเที่ยวในพระราชวัง
Letter of the Week และ The House เพลงสั้นๆทั้งสองล้วนเป็นเพลงที่ประยุกต์มาจากธีมใน Arrival at the Palace ซึ่งยังคงฟังดูสวยงามและอลังการไม่แพ้กัน
Rice Festival อีกหนึ่งเพลงสุดเด่นอันงดงามที่มาในทำนองเนิ่บช้าฟังสบายซึ่งสื่อถึงเทศกาลนี้ได้อย่างดี Rajah Attack เพลงสั้นๆที่สื่อถึงภัยคุกคามที่แฝงตัวด้วยเสียงเสียดสีชวนขนลุกและเพอคัสชั่นที่ค่อยๆปะทุขึ้น
Anniversary Polka และ I Am King, I Shall Lead โดดเด่นด้วยลักษณะงานเพลงที่ฟังดูเหมือนเพลงคลาสสิคยุโรปที่ฟังสนุกไม่ใช่น้อย
Flowers on the Water อีกหนึ่งงานเพลงที่โดดเด่นด้วยเสียงเครื่องสายในทำนองสุดอาลัย
Betrayed และ Chowfa’s Death คือ เพลงสุดหม่นและระทึกที่สื่อถึงภัยคุกคามที่ปรากฏอย่างชัดเจน นำไปจุดจบอันน่าเศร้าตัวละครคนหนึ่ง
Execution โดดเด่นและยอดเยี่ยมด้วยดนตรีออเคสตร้าหนักเครื่องที่เปิดตัวได้อย่างยิ่งใหญ่ ต่อด้วยท่อนเปียโนสุดเศร้าที่ประยุกต์มาจากธีมหลักซึ่งเล่นได้อย่างถึงอารมณ์
The Bride งานเพลงระทึกใจชิ้นสุดท้ายที่ยาวเกือบ 7 นาที สื่อถึงการเผชิญหน้าครั้งสำคัญบนสะพานของตัวเอกและตัวร้ายได้อย่างน่าเกรงขาม
I Have Dance With a King มีการเล่นเสียงกล่องดนตรีในช่วงต้นเพลง ตามด้วยเสียงเปียโนและเครื่องสายที่เล่นจากทำนองช้าไปจนถึงทำนองสุดยิ่งใหญ่ในช่วงท้ายเพลง เป็นการปิดอัลบั้มได้อย่างสวยงามเช่นเคย
นี่คืองานเพลงที่ยกระดับความสามารถของ George Fenton ในการผสมผสานงานเพลงของสองวัฒนธรรมได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับคอมโพเซอร์ท่านอื่นๆ ส่วนใครที่เมินหนังเรื่องนี้ก็อยากให้ลองฟังงานเพลงดูเพราะนอกจากคุณจะได้รับรู้อารมณ์จากช่วงต้นเรื่องยันท้ายเรื่อง Score แต่ละเพลงในอัลบั้มก็ยังฟังไพเราะในแบบไทยๆได้อีกด้วย

Up2U

(Mp3 / 192 kbps)